PLC เครื่องมือสร้างครู สร้างองค์กร
หลักการ PLC คือ การสร้างการเรียนรู้ร่วมกัน เริ่มจากการเรียนรู้ด้วยตนเองจนเกิด “ปัญญาปฏิบัติ” แล้วนำมาสร้างการเรียนรู้ร่วมกัน SL (Share & Learn) เพื่อให้เกิด “ปัญญาร่วม” ปัญญาร่วม จะทำให้เกิดการพัฒนาองค์กร เพราะทำให้ทุกคนในองค์กรเห็นเป้าหมายร่วมกัน เกิดความรู้สึกร่วมในเป้าหมายนั้น และรู้วิธี
PLC เป็นกลุ่มคนที่ร่วมภารกิจในหน้าที่เดียวกัน เป็นกลุ่มครูที่ทำเพื่อเด็ก ๆ ไม่ใช่ตนเอง เป็นไปเพื่อส่วนรวม การรวมกันทำเพื่อเป้าหมาย เพื่อคนอื่นแบบนี้จะทำให้คนในกลุ่มลดความเห็นแก่ตัวลง ขยายการเห็นแก่ส่วนรวมมากขึ้น เกิดความกรุณาต่อกันและกรุณาต่อสิ่งต่างๆ มากขึ้น ก่อนให้เกิดความสุข ความปีติร่วม เป็นการพัฒนาจิตวิญญาณ จนเกิดจิตสำนึกใหม่ ครูรู้สึกว่ามีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ทำภารกิจได้สำเร็จไม่ใช่แค่เสร็จ ทั้งรู้สึกว่าสิ่งที่ทำมีคุณค่าเพราะทำได้อย่างเกิดผล
PLC อาจเป็นของปลอม
องค์ประกอบของการทำ PLC
- เริ่มจากการสร้างความเป็นชุมชน (สนามพลังบวก) วัฒนธรรมองค์กร วิถี สัมพันธภาพ สภาวจิต บรรยากาศ
-การสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกัน เช่น ถอดบทเรียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ AAR BAR Share and Learn และ Lesson Study
Out Come ของการทำ PLC ที่ดี
1. ครูมีความเข้าใจในงานและชีวิต
2. ครูมีทักษะในงานและชีวิต
3. ครูมีจิตวิญญาณและมีเจตจำนงต่อการมีชีวิต
Out Put ของ PLC ที่ดี
ทุกครั้งที่ออกจากวง PLC ครูแต่ละคนต้องได้นวัตกรรมใหม่ออกไป เช่น แรงบันดาลใจ วิธีสร้างการเรียนรู้ วิธีแก้ปัญหาผู้เรียน เทคนิคใหม่ในการสอน เป็นต้น
PLC จะเป็นของปลอมถ้าระดับสนทนาในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไม่ถึงระดับ Dialogue และ Creative Discussion
ระดับการสนทนา
- debate อภิปรายถกเถียง ไม่เกิดปัญญาร่วม
- Downloading แจ้งให้ทราบ ไม่เกิดปัญญาร่วม
- Dialogue สุนทรียะสนทนา (แขวนการตัดสิน) เรียนรู้ก่อเกิดปัญญาร่วม
- Creative Discussion สนิทสนม ไว้วางใจ เกิดปัญญาร่วมได้นวัตกรรมการเรียนรู้ร่วม วิธี แรงบันดาลใจ การแก้ปัญหา
การสร้าง PLC ด้วย Dialogue
Dialogue ที่แท้ จะนำทุกคนดำดิ่งด้วย Deep listening คือฟังด้วยโหมดรู้ได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ขณะที่ได้ยินและรับรู้ก็ไม่ได้ตัดสินด้วยความเข้าใจเดิม ความคิดเดิมและความเชื่อเดิมของผู้ฟัง ในที่สุดการฟังแบบลึกจะนำผู้ฟังไปแตะ ไปเกี่ยว เอาประสบการณ์เดิม ความเข้าใจหรือปัญญาที่ฝั่งอยู่ภายในตนของแต่ละคนให้ผุดขึ้น หรือเกิดการผสานระหว่างสิ่งใหม่กับสิ่งเดิมจนพบกับสภาวะความเข้าใจบางอย่างที่แจ่มชัด สภาวะนี้อาจปรากฏเป็นการ “ตื่นรู้” ร่วมด้วยก็ได้ เป็นสภาวะแห่งการเข้าถึงความจริงแท้ตามธรรมชาติในบางอย่าง จนนำไปสู่การเปลี่ยนตัวตนหรือเปลี่ยนจิตสำนึกในเรื่องนั้นๆ Dialogue ระยะเริ่มต้นหรือระยะฝึกฝน ควรมี Facilitator เพื่อเติม Catalyst กระจายการมีส่วนร่วม และหล่อเลี้ยงวงสนทนา ต่อเมื่อทุกคนในวงสนทนามีทักษะมากพอก็ไม่จำเป็นต้องมี Facilitator เพราะทุกคนจะสามารถหล่อเลี้ยงวงสนทนา และกระจายการมีส่วนร่วมได้
PLC ที่ดีต้องทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแกนอ้างอิง (กลุ่มคน Transform) มีคนถามว่าผมมีเวลาน้อยนิดแล้วมีวิธีติดตามข่าสาร ข้อมูล เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างไร คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับเราว่าจะเลือกรับรู้สิ่งใด
• ระดับบุคคล โลกออนไลน์ โลกข่าวสารความรู้ เต็มไปด้วย Data information และ Knowledge มากมาย ระบบสร้างให้มันถั่งโถม หลั่งไหลเข้าสู่ทุกคนจากหลายช่องทางได้อย่างเท่าเทียมกัน อยู่ที่ใครจะเปิดปากเปิดหูเปิดตารับเอาไว้หรือไม่เท่านั้น ใครสนใจต่อ information ไหนก็จะได้เห็นสิ่งนั้นอยู่ซ้ำๆ นี่เป็นข้อจำกัดข้อหนึ่งของการเรียนรู้ของมนุษย์ คือเราแต่ละคนเปิดรับ information ไม่เหมือนกัน เราเลือกทิ้งเป็นส่วนใหญ่และเลือกรับเฉพาะสิ่งที่เราสนใจ หรือที่มีต้นทุนเดิมอยู่แล้วภายใน ข้อมูลที่ผ่านเรามหาศาลนั้น เราจะเห็นเฉพาะข้อมูลที่เราสนใจที่เหลือจะถูกคัดทิ้ง ขอบเขตของความเข้าใจจึงไม่ได้กว้างขึ้นมาก การเรียนรู้ที่สมบูรณ์ จึงควรเริ่มจากการรับรู้ที่สมบูรณ์คือ ขอบเขตการรับรู้กว้างและรับข้อเท็จจริง (Fact) ให้ตรงความจริง (Truth) มากที่สุด มีกระบวนการครุ่นคำนึง สร้างโครงสร้างความเข้าใจใหม่ (Construct) ที่ผสมผสานระหว่างสิ่งใหม่กับสิ่งเดิม แล้วเปลี่ยนรูปภายใน การเรียนรู้อันเรียบง่ายนี้ที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ เป็น Transformative Learning คือ การเปลี่ยนแกนอ้างอิง (Reference) ใหม่อันเกินจากความเข้าใจที่เปลี่ยนไป ความเชื่อเปลี่ยนไป Mindset เปลี่ยนไป แต่การเปลี่ยนนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงคนเดียว ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะถูกเปลี่ยนกลับมาสู่ค่าปกติของกลุ่มประชากร (Norm)
• ระดับกลุ่มคน
PLC ก็เป็นวิธีหนึ่งที่สร้างการรับรู้แบบใหม่ และการเรียนรู้แบบใหม่ที่สมบูรณ์ขึ้น เป็นกระบวนการที่ทำให้เกิด Transformative Learning และ PLC ก็เป็นกระบวนการทั้งเป็นวิธีที่จะทำให้คนในกลุ่ม เกิดการรับรู้ใหม่ที่ได้ Information แบบใหม่ที่ทั้งกว้างขึ้นและลึกขึ้น จนเห็นมุมมองใหม่ เกิดความเข้าใจใหม่ เกิดความเชื่อใหม่ เป็น Mindset ใหม่ภายในแต่ละคนเปลี่ยนรูปไป Transform จากความเข้าใจเดิมเป็นความเข้าใจใหม่ จากความเชื่อเดิมเป็นความเชื่อใหม่ จาก Mindset เดิมเป็นสิ่งใหม่ การเป็นสิ่งใหม่คือคนแต่ละคนมีแกนอ้างอิงใหม่ (references) แต่การเรียนรู้ผ่าน PLC นั้น ไม่ใช่เพียงแค่คนใดคนหนึ่งจะเปลี่ยนแกนอ้างอิง แต่สิ่งแวดล้อมก็เปลี่ยนแกนอ้างอิงไปด้วย (คนแต่ละคนในกลุ่มคือ สิ่งแวดล้อมของกันและกัน)
แท้จริง หูคือดวงตาที่สาม
การฟังสร้างการมองเห็นในสิ่งที่ดวงตาจริงมองไม่เห็น สมองสามารถสร้างภาพจากการฟังได้ดีพอๆ กับการมองเห็น โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นนามธรรม หรือด้านของวัตถุที่แสงส่องไปไม่ถึง การฟังจึงเป็นหัวใจของการ Perceive และเมื่อการรับรู้สมบูรณ์จะนำไปสู่การเรียนรู้ที่สมบูรณ์ขึ้น การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (SL) จากการสนทนา (Dialogue) จึงเป็นหัวใจของการสร้างให้เกิดปัญญารวม แต่การฟังไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะจะถูกรบกวนจากความคิดของผู้ฟังอยู่เสมอ ทำให้การรับรู้ไม่ต่อเนื่อง รับข้อมูลไม่สมบูรณ์ การฟังอย่างรู้เท่าทันความคิดที่เกิดขึ้น ไม่เอาความคิดที่เกิดขึ้นมาตัดสินสิ่งที่ฟังทันที กลับมาสู่กันฟังอย่างต่อเนื่อง ทำอย่างนี้ได้จึงจะเป็นการฟังที่สมบูรณ์ (Deep listening) อย่าเรียกว่าเป็น PLC ถ้าการคุยกันครั้งนั้นไม่ได้เกิดการฟังอย่างสมบูรณ์
ขั้นตอน PLC
Step1 เตรียมสภาวะจิต ทำให้คนที่ร่วมวงกลับมารู้เนื้อรู้ตัว กลับมาอยู่กับตัวเอง มีสติรู้เท่าทันความรู้สึกทางกาย รู้ทันความคิดและรู้ทันอารมณ์ เช่น การทำสมาธิ การทำกิจกรรมกำกับสติ Brain gym การทำจิตศึกษา การอ่านบทความสั้นๆ เพื่อการใคร่ครวญ ฯลฯ
Step 2 (1) แลกเปลี่ยนเรียนรู้ Share & Learn (SL) ด้วย Dialogue (ผู้ฟังฟังอย่างรู้เท่าทันความคิดเพื่อไม่ให้นำความคิดนั้นมาตัดสินเรื่องที่ฟัง) ชั้นนี้ควรเริ่มจาก Share ความสำเร็จ เพราะการได้ฟังเรื่องราวความสำเร็จจะทำให้สมาชิกเกิดปีติ อยากเรียนรู้ อยากนำกลับไปใช้ หลังจากการสมาชิกในวง SL ทำงานมาระยะหนึ่ง เป็นการลงมือทำจริงๆ จนเกิดปัญญาปฏิบัติ เช่น ทำอะไร ทำอย่างไร (นวัตกรรม) ทำไมจึงทำอย่างนั้น ความสำเร็จเป็นอย่างไร ซึ่งอาจมีชิ้นงานภาระงานมานำเสนอความงอกงามมานำเสนอ ประกอบด้วย หลังจากนั้นก็ให้สมาชิกได้ Reflection ว่าคิดอะไร รู้สึกอย่างไร ได้เรียนรู้อะไร จะนำไปใช้อย่างไร แล้วบันทึกสิ่งเหล่านี้ บันทึกใน Logbook
องค์การที่เริ่มต้นทำ PLC ถ้าสมาชิกในวง SL ยังไม่มีทักษะ Dialogue จำเป็นต้องมี Facilitator ที่เก่ง เพื่อเป็นผู้อำนวยการให้วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันที่มีคุณภาพ ใส่ตัว Catalyst ที่ดี กระจายการมีส่วนร่วม หล่อเลี้ยงวง SL ให้มีพลังลื่นไหล แต่เมื่อทำไปสักพัก (หลายๆ ครั้ง) เมื่อสมาชิกมีทักษะ Dialogue แล้วก็ไม่จำเป็นต้องมี Facilitator ก็ได้ เพราะทุกคนจะประคับประคองวง SL ให้มีการกระจายการมีส่วนร่วม ให้มุ่งไปในทิศทางตามเป้าหมายของ SL ครั้งนั้นๆ ได้
Step 2 (2) การอภิปรายเพื่อแก้ปัญหา ด้วย Creative Discussion คือมีการถกเถียงกันในประเด็น แต่เป็นการถกเถียงกันอย่างมีสติ อภิปรายกันอย่างสร้างสรรค์ ฟังอย่างเท่าทันความคิด เท่าทันอารมณ์ ไม่ผลีผลามโต้ตอบ ขั้นนี้การระบุปัญหาเพื่อนำมาอภิปรายต้องชัดเจน อาจเป็นประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ดังต่อไปนี้
SS : System study เป็นการปรับปรุงระบบงาน การวางแผนประจำปี การออกแบบระบบกิจกรรม
CS : Case study ปัญหาของเด็กบางคน เด็ก LD ปัญหาพฤติกรรม ปัญหาความเป็นอยู่ของเด็ก ฯลฯ
LS : Lesson study นำเนื้อหาที่ผู้เรียนเข้าใจยาก นำปัญหาในการเรียนการสอนในวิชา ในหน่วย ในเนื้อหามาพูดคุยกัน ออกแบบการเรียนการสอนร่วมกัน ปรับปรุงร่วมกัน
Step 3 Empower ขอบคุณกันและกัน


เครดิตภาพ  ครูวิเชียร  ไชยบัง  ผู้อำนวยการโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จังหวัดบุรีรัมย์

 

 

 

   
© สำนักงานศึกษาธิการภาค 12 เลขที่ 100/1 หมู่ที่ 15 ถ.กสิกรทุ่งสร้าง ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000 โทรศัพท์ 043-238766 โทรสาร 043-238767 Webmaster : Darunee Putthaiwat, E-mail : dongthong.da@gmail.com