กรณีที่1 ผลงานหรือผลสำเร็จของงานด้านกฎหมาย ของนายธนพงศ์ เมธรากรณ์ ตำแหน่งนิติกรชำนาญการ  

กลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุตรดิตถ์

ชื่อเรื่อง    การดำเนินการวินัยอย่างร้ายแรง  

รายละเอียดผลงานในส่วนที่ปฏิบัติ

        ผลงานที่นำเสนอนี้ผู้ขอรับการคัดเลือกดำรงตำแหน่งนิติกรและได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง นาย ก.  ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะชำนาญการ โรงเรียน ช. สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 2 ซึ่งมีกรณีถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในเรื่องเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมายในส่วนของการปฏิบัติงานของผู้ขอรับการคัดเลือก เริ่มตั้งแต่มีมูลกรณีของเรื่องจากการแจ้งของสถานีตำรวจภูธรทองแสนขัน ผู้ขอรับการคัดเลือกในฐานะนิติกรเป็นผู้เสนอข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและเสนอความเห็นต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 2  โดยผู้ขอรับการคัดเลือกมีการปฏิบัติงานในเรื่องดังกล่าว ดังนี้

           1.เสนอผู้มีอำนาจตามมาตรา 98 แห่ง พระราชบัญญัติระเบียบราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ.2547 เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงตามแบบ สว.1

           2.ดำเนินการจัดประชุมเพื่อพิจารณาวางแนวทางการสอบสวน ต้องอธิบายแนวทางวิธีการสอบสวนให้คณะกรรมการทราบทุกขั้นตอนโดยที่ผู้ขอรับการคัดเลือกเป็นผู้ปฏิบัติและเสนอความเห็นในการดำเนินงานซึ่งคณะกรรมการอีกสองท่านก็เห็นชอบและดำเนินงานตามที่ผู้ขอรับการคัดเลือกเสนอทุกประการ

           3.ดำเนินการแจ้งและอธิบายข้อกล่าวหา การแจ้งสิทธิและหน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหาตามแบบ(สว.2)

           4.ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานจากการสอบสวนเข้าสำนวน เช่น การสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาตามแบบ สว.4 และพยานตามแบบ สว.5 โดยผู้ขอรับการคัดเลือกจะเป็นผู้กำหนดประเด็นสอบสวน โดยคณะกรรมการอีกสองท่านร่วมรับฟังและก็เห็นพ้องด้วยตามที่ผู้ขอรับการคัดเลือกสอบถามถูกกล่าวหาหรือพยาน อีกทั้งจัดทำหนังสือเพื่อสอบถามข้อมูลและติดตามผลคดีจากสถานีตำรวจภูธรทองแสนขันและสำนักงานคุมประพฤติจังหวัด

           5.ดำเนินการจัดประชุมจัดทำ สว.3 เพื่อพิจารณาว่าหลักฐานใดสนับสนุนข้อกล่าวหา                     

           6.ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา ตามแบบ(สว.3)       

           7.ดำเนินการจัดประชุมจัดทำ สว.6 ผู้ขอรับการคัดเลือกจะเป็นผู้เสนอแนะความเห็นทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และ พยานหลักฐาน และจัดทำวาระและรายงานการประชุม รวมทั้งจัดทำสรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและพยานหลักฐานด้วยตัวผู้ขอรับการคัดเลือกเองทั้งหมด                                                  

           8.ดำเนินการทำรายงานผลการสอบสวน(สว.6) เพื่อเสนอต่อผู้สั่งแต่งตั้ง โดยผู้ขอรับการคัดเลือกจะเป็นผู้จัดทำสรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและพยานหลักฐาน แล้วเสนอคณะกรรมการอีกสองท่านร่วมพิจารณา ซึ่งก็เห็นพ้องด้วยกับรายงานดังกล่าวโดยมิได้มีข้อโต้แย้งและแก้ไขเพิ่มเติมแต่อย่างใด

            9.ผู้ขอรับการคัดเลือกเป็นผู้นำสนอข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและความเห็นต่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 2  และที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบตามที่ผู้ขอรับการคัดเลือกเสนอ  รวมทั้งเป็นผู้จัดทำรายงานการดำเนินการทางวินัยรายนี้ไปยัง สำนักงาน ก.ค.ศ.

 ความรู้ ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นในงาน

            การสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงกรณีนี้ ต้องใช้ความรู้ด้านกฎหมาย ในหลายฉบับ เช่น พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522,พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547  ,กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ.2550  ,กฎหมายลักษณะพยานและพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539  เพื่อการดำเนินการสอบสวนให้ถูกต้อง มิให้บกพร่องหรือทำให้การสอบสวนต้องเสียไป ต้องใช้ทักษะและความชำนาญในการปรับใช้และการตีความกฎหมาย สรุปข้อเท็จจริง กำหนดประเด็น การสอบสวน การชั่งน้ำหนักรับฟังพยานหลักฐานและนำมาปรับข้อเท็จจริงให้เข้ากับข้อกฎหมายตลอดจนการอ้างอิงเอกสารหลักฐานให้ถูกต้อง

        สมรรถนะที่จำเป็นในงานสอบสวนในกรณีนี้ดังนี้ คือ

        1.สมรรถนะมุ่งผลสัมฤทธิ์ กล่าวคือการดำเนินการสอบสวนให้ถูกต้องให้เสร็จตามกำหนดเวลา พยายามเอาใจใส่ ตรวจตราความถูกต้อง เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพ

        2.สมรรถนะการบริการที่ดี กล่าวคือ มีความเป็นมิตร สุภาพ และให้ข้อมูล แจ้งสิทธิแก่ผู้ถูกกล่าวหาและพยานบุคคล ตลอดจนการให้บริการคณะกรรมการท่านอื่นในการดำเนินการสอบสวน                              

        3.สมรรถนะการยึดมั่นในความถูกต้อง ชอบธรรมและจริยธรรม กล่าวคือ ปฏิบัติหน้าที่สอบสวนด้วยความสุจริต แสดงความคิดเห็นตามหลักวิชาชีพอย่างสุจริต ยึดมั่นในหลักการยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง โดยมุ่งผลประโยชน์ของทางราชการ แม้อาจก่อความไม่พึงพอใจให้แก่ผู้เสียประโยชน์หรืออาจเสี่ยงภัยต่อชีวิต     

        4.สมรรถนะการสืบเสาะหาข้อมูล กล่าวคือต้องตั้งคำถามเชิงลึกในประเด็นที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องจนได้ที่มาของสถานการณ์ เหตุการณ์  เพราะพยานบุคคลที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างไม่มีความชัดเจนแต่ก็ต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวในการชี้แจง เหตุผล และนำพยานมาหักล้างข้อกล่าวหาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์                      

ผลสำเร็จของงาน

        การสอบสวนทางวินัยกรณีนี้ ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนอย่างถูกต้อง แล้วเสร็จตามระยะเวลาการสอบสวนที่กำหนด สามารถพิสูจน์ความผิดและพิจารณาโทษผู้ถูกกล่าวหาได้อย่างเหมาะสม เป็นไปตามมาตรฐานการลงโทษ และ ก.ค.ศ.ได้พิจารณาแล้วมีมติรับทราบ เรื่องถึงที่สุดแล้ว อีกทั้งผู้ถูกลงโทษไม่มีการอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งแต่อย่างใด ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่ผู้ที่ดำรงตำแหน่งนิติกร หรือผู้ทำหน้าที่สอบสวนจะได้ศึกษาและนำไปเป็นแนวทางในการสอบสวนได้เป็นอย่างดี และถือเป็นบรรทัดฐานในการวินิจฉัยความผิดและโทษให้แก่ผู้มีอำนาจในการพิจารณาความผิดและโทษต่อไป

ข้อเสนอแนวคิดการปรับปรุง/พัฒนางาน

        ควรจัดทำคู่มือกรณีตัวอย่างความผิดทางวินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเสริมสร้างมาตรฐานการพิจารณาโทษทางวินัยให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและให้ทันสมัยอยู่เสมอ สามารถให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการทางวินัย สามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ อีกทั้งเพื่อนำไปใช้อบรมและให้ความรู้ทางวินัยแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ให้ตระหนักในการประพฤติปฏิบัติตน และส่งเสริมให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ และเป็นการป้องกันการกระทำผิดวินัยของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในอนาคต